วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บทที่4 ผลการศึกษาค้นคว้า


บทที่ 4

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

 

ตารางที่ 1   แสดง จำนวน และ ร้อยละ สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามจำแนกตาม

 เพศ  ระดับชั้น 

 

สถานภาพ
จำนวน ( N )
ร้อยละ
1. เพศ
            ชาย
            หญิง   
            รวม

 50

50
100

50.00
50.00
100.00
2. ระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4
มัธยมศึกษาปีที่ 5
มัธยมศึกษาปีที่ 6
            รวม
 
30
30
40
100
 
30.00
30.00
40.00
100.00

 


 

ตารางที่ 2       แสดจำนวนและร้อยละ การเลือกใช้ถุงเท้านักเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์




ชนิดถุงเท้าที่ต้องการเลือกใช้
เหตุผลที่เลือกใช้ถุงเท้า
N
ร้อยละ
ลำดับ
ถุงเท้าลูกฟูกเล็กสีขาว
 
 
 
 
 
ถุงเท้าลูกฟูกเล็กสีขาวข้อสั้น
 
 
 
 
 
 
ถุงเท้าพื้นดำ
 
 
 
 
ถุงเท้าพื้นดำข้อสั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
ถุงเท้าแฟชั่น
 
 
ตามแฟชั่น
ถูกกฎระเบียบ
ราคาถูก  ถูกฎระเบียบ
ซักง่าย ราคาถูก ถูกกฎระเบียบ
ราคาถูก  ถูกฎระเบียบ
ซักง่าย ราคาถูก ถูกกฎระเบียบ ตามแฟชั่น
ตามแฟชั่น
ซักง่าย ราคาถูก  ถูกฎระเบียบ
ราคาถูก
 ถูกฎระเบียบ
ซักง่าย
ซักง่าย ราคาถูก
ราคาถูก ถูกกฎระเบียบ
ถูกกฎระเบียบ
ซักง่าย ตามแฟชั่น
ซักง่าย
ซักง่าย ราคาถูก
ตามแฟชั่น
ตามแฟชั่น
ซักง่าย ถูกระเบียบ
ราคาถูก
ซักง่าย ราคาถูก
ซักง่าย
 
 
 
 
ถูกกฎระเบียบ
ตามแฟชั่น
ซักง่าย ตามแฟชั่น
ซักง่าย ราคาถูก ถูกกฎระเบียบ ตามแฟชั่น
ราคาถูก
ซักง่าย
 
0
21
2
1
2
1
0
2
2
2
4
1
4
0
1
4
1
0
0
1
5
8
31
 
 
 
 
0
5
1
1
0
0
 
 
0
21
2
1
2
1
0
2
2
2
4
1
4
0
1
4
1
0
0
1
5
8
31
 
 
 
 
0
5
1
1
0
0
 
8
2
6
7
6
7
8
6
6
6
5
7
5
8
7
5
7
8
8
7
4
3
1
 
 
 
 
8
4
7
7
8
8
 
 
 
 
รวม
100
100
 

 

บทที่3 วิธีการศึกษาค้นคว้า


บทที่ 3

วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า


          การสำรวจความต้องการการใช้ถุงเท้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์  การศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

                            1.  กลุ่มเป้าหมาย

                         2.  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

                         3.  การเก็บรวบรวมข้อมูล

 4.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

 

กลุ่มเป้าหมาย          
          กลุ่มเป้าหมาย ที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ  เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 จำนวน 30 คน นักเรียนชาย 15 คน นักเรียนหญิง 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน นักเรียนชาย 15 คน นักเรียนหญิง 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 40 คน นักเรียนชาน 20 คน นักเรียนหญิง 20 คน  รวม   100  คน


เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจ
         
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการสำรวจครั้งนี้เป็นแบบสำรวจ
แบ่งออกเป็น 2  ตอน

          ตอนที่ 1  เป็นแบบสำรวจเกี่ยวกับ สถานภาพของผู้ตอบแบบสำรวจ จำแนกเป็น
เพศ และ ระดับชั้นที่กำลังสำรวจ
         
ตอนที่ 2  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับ 
1) ถุงเท้าพื้นดำข้อสั้น 2) ถุงเท้าพื้นดำ 3) ถุงเท้าลูกฟูกเล็ก 4) ถุงเท้าแฟชั่น   เป็นแบบสำรวจ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย

ขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ

              เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจครั้งนี้เป็นแบบสำรวจ ผู้ศึกษาได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

              1. ศึกษาทฤษฏี  เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางในการกำหนดกรอบโครงสร้างของแบบสำรวจ     
              2. นำข้อมูลมาวิเคราะห์เนื้อหากำหนดกรอบแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ทำการศึกษา
          

              3. นำแบบสำรวจที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ โดยครูที่ปรึกษาแล้ว ไปเก็บข้อมูลกับ 

นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 จำนวน 30 คน นักเรียนชาย 15 คน นักเรียนหญิง 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน นักเรียนชาย 15 คน นักเรียนหญิง 15 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 40 คน นักเรียนชาน 20 คน นักเรียนหญิง 20 คน  รวม   100  คน

การเก็บรวบรวมข้อมูล                                    
              การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการครั้งนี้ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอนดังนี้
              1.  นำแบบสำรวจไปขออนุญาตครูที่ปรึกษา
โครงการ เพื่อแจกแบบสำรวจให้แก่นักเรียนโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล                          
              2. ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแจกแบบสำรวจด้วยตนเอง จำนวน
100 ฉบับได้กลับคืนมา จำนวน 100  ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ  100           

 

สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล      
           
ข้อมูลที่ได้รับจากการสำรวจครั้งนี้ ผู้วิจัยนำมาวิเคราะห์ดังนี้                                  
            1. ข้อมูลที่ได้รับจากตอนที่ 1 เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกเป็น เพศ  อายุ   ระดับชั้นที่กำลังศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และค่าร้อยละ  
            2.  ข้อมูลที่ได้จากตอนที่ 2  การสำรวจความต้องการการใช้ถุงเท้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละ โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป

บทที่2 เอกสารทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง


บทที่2
เอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

 

การสำรวจความต้องการการเลือกใช้ถุงเท้าของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ ผู้สำรวจได้ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551

ถุงเท้า

ประโยชน์ของถุงเท้า

 

1.ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551

อาศัยอำนาจตามในมาตรา5และ6แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ดังนี้

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและประเภทสายสามัญ

นักเรียนชาย ใช้ถุงเท้าสั้น สีขาว

นักเรียนหญิง ใช้ถุงเท้าสั้นสีขาว

 

2. ถุงเท้า

เป็นอุปกรณ์เสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ที่เท้า ซึ่งเท้าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สร้างเหงื่อมากที่สุดจากร่างกาย โดยสามารถสร้างเหงื่อในปริมาณมากกว่า0.47ลิตรต่อวัน ซึ่งถุงเท้าจะสามารถช่วยซับเหงื่อและสามารถนำพาไปยังพื้นที่ระบายอากาศเพื่อให้เหงื่อเกิดการระเหย ในสภาพอากาศที่เย็น ถุงเท้าจะช่วยลอดความเสี่ยงของอาการบวมเป็นน้ำเหลืองถุงเท้านั้นก็ถักทอขึ้นมาจากเส้นใยแบบต่าง ๆ ทั้งเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งล้วนแต่มีคุณสมบัติต่าง ๆ กันไป จะเลือกถุงเท้าเส้นใยแบบไหนหรือต้องเป็นส่วนผสมของเส้นใยใดมาผสมกันบ้างจึงจะเหมาะสมกับความต้องการของคุณมาดูกัน
เส้นใย Coolmax
เส้นใย Coolmax เป็นใยสังเคราะห์นวัตกรรมพิเศษ ทำให้ได้ผ้าที่แห้งเร็วมาก มันจะแห้งสนิทได้ภายใน 30 นาทีเท่านั้น เป็นเวลาที่เร็วกว่าผ้าฝ้ายถึงเท่าตัว
ไลครา
ไลครา เป็นอีกหนึ่งเส้นใยพิเศษซึ่งมีความยืดหยุ่น มักใช้เฉพาะกับส่วนขอบถุงเท้าซึ่งจะให้ความกระชับได้เป็นอย่างดี
อะครีลิก
เส้นใยอะครีลิกเป็นเส้นใยที่สามารถดูดซับความชื้นได้ดี และยังมีความหนานุ่มช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีด้วย
ผ้าฝ้าย
ผ้าฝ้าย หรือ คอตตอน เป็นเส้นใยธรรมชาติ มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย และระบายความชื้นได้ดี แต่ถุงเท้าที่ทำมาจากผ้าฝ้ายไม่ทนทานเท่าไรนัก จึงมักใช้ผสมกับเส้นใยชนิดอื่น ๆ
โพลีเอสเตอร์
โพลีเอสเตอร์เป็นเส้นใยที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำถุงเท้ามากที่สุด โดยใช้ผสมกับเส้นใยชนิดอื่น ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการระบายอากาศ และช่วยรองรับปัญหาเท้าที่เหงื่อออกมาก
ขนสัตว์
ถุงเท้าที่ทำมาจากเส้นใยขนสัตว์ไม่เพียงมีคุณสมบัติระบายอากาศเป็นเลิศ แต่ยังช่วยหนุนรองรับแรงกระแทกได้ดี ช่วยซึมซับเหงื่อ ปกป้องเท้าจากความหนาวเย็น และมีความทนทาน


 

3. ประโยชน์ของถุงเท้า

ถุงเท้าถูกสร้างมาด้วยหลายวัตถุประสงค์ทั้งในการกีฬา การเข้าสังคม ใช้กับเทศกาล คริสต์มาสหรือป้องกันเท้าจากสิ่งต่างๆ หรือเอามาเล่นเป็นอาวุธชีวภาพขนาดย่อมๆก็ได้ นับว่าถุงเท้ามีประโยชน์อย่างมาก

 

บทที่ 1 ความเป็นมาเเละความสำคัญ

บทที่1
บทนำ

ความเป็นมา และความสำคัญของปัญหา
ในอดีตภาครัฐและเอกชนมีการสนับสนุนให้นักเรียนเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 เรียนต่อสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ ทั้งนี้เพราะว่าทางรัฐต้องการบุคลากรที่จะมาเป็นกำลังหลักช่วยพัฒนาประเทศชาติจึงทำให้ในช่วงนั้นนิยมเรียนสายสามัญมากกว่าสายอาชีพ แต่ในปัจจุบันนี้ทางภาครัฐมีการสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพมากกว่าสายสามัญ เนื่องจากมีการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท คนที่จบปริญญาตรีค่าแรงเริ่มต้นอยู่ที่15000 บาท ทางผู้ประกอบการจึงต้องการแรงงานที่มีความรู้ความสามรถในการทำงาน ให้เหมาะสมกับค่าแรง จึงมีการรับคนที่จบจากสายอาชีพจำนวนมากกว่าคนที่จบจากสายสามัญแล้วเรียนต่อมหาลัย เนื่องจากคนที่จบจากสายอาชีพมีประสบการณ์ตรงในการทำงาน แต่คนที่จบจากสายสามัญแล้วต่อมหาลัยไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน จึงทำให้คนที่จบจากสายสามัญแล้วต่อมหาลัยมีปริมาณคนวางงานสูงมากกว่าคนจบจากสายอาชีพ จึงทำให้มีการสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการและลดอัตราการวางงานให้น้อยลง
เนื่องจากปัจจุบันมีการสนับสนุนให้เรียนสายอาชีพมากขึ้น จึงอยากทราบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ ในปีการศึกษาปัจจุบัน มีความต้องการศึกษาในด้านแผนการเรียนใด ระหว่างสายสามัญหรือสายอาชีพ
กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 จำนวน 100 คน ชาย 50คน และ หญิง 50 คน
จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
เพื่อศึกษาความต้องการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่3 เลือกศึกษาต่อสายอาชีพมากกว่าสายสามัญ
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
แบบสอบถาม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษาค้นคว้า
1. ทำให้ทราบถึงค่านิยมการเลือกศึกษาต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่3 ในปัจจุบัน ว่ามีความต้องการในการศึกษาต่อในสายอาชีพหรือสายสามัญมากกว่ากัน


2. เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับโรงเรียนเพื่อจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา ให้แก่นักเรียน มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ต่อไปได้